Avascular Necrosis (AVN) of the Hip — กระดูกสะโพกขาดเลือด ภัยเงียบที่รักษาได้ถ้าพบเร็ว
Avascular Necrosis (AVN) of the Hip — กระดูกสะโพกขาดเลือด ภัยเงียบที่รักษาได้ถ้าพบเร็ว
AVN of the hip หรือ ภาวะกระดูกหัวสะโพกขาดเลือด เป็นโรคที่เกิดจากการที่เลือดไม่สามารถไปเลี้ยงหัวกระดูกสะโพกได้เพียงพอ ทำให้เซลล์กระดูกค่อย ๆ ตายลงทีละส่วน หากปล่อยทิ้งไว้นาน โครงสร้างภายในกระดูกจะอ่อนตัวลง กระดูกหัวสะโพกอาจ “ยุบตัว” ทำให้ปวดมาก เดินลำบาก และสุดท้ายต้องรักษาด้วยการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม
โรคนี้มักเริ่มแบบเงียบ ๆ แต่หากตรวจพบตั้งแต่ต้น มีหลายวิธีที่ช่วยชะลอและป้องกันไม่ให้กระดูกยุบได้ โดยไม่จำเป็นต้องผ่าตัดใหญ่
บทความนี้หมอจะอธิบายแบบเข้าใจง่ายว่า AVN คืออะไร เกิดจากอะไร อาการเป็นอย่างไร และแนวทางการรักษาในปัจจุบัน
AVN of the Hip คืออะไร
หัวกระดูกสะโพก (Femoral head) ได้รับเลือดจากหลอดเลือดเล็กหลายเส้น หากเลือดมาเลี้ยงไม่เพียงพอ แม้เพียงบางพื้นที่ จะทำให้เซลล์กระดูกตาย (osteonecrosis) เมื่อเซลล์กระดูกตาย โครงสร้างจะอ่อนลงและอาจเกิดการยุบตัวได้
บริเวณนี้รับน้ำหนักตัวเราทุกครั้งที่ยืน เดิน หรือขึ้นลงบันได จึงเป็นตำแหน่งที่อาการมักแย่ลงอย่างรวดเร็วถ้าไม่ได้รักษา
สาเหตุที่พบบ่อย
ไม่ใช่แค่อุบัติเหตุ แต่หลายสาเหตุเกิดจากพฤติกรรมและโรคประจำตัว ได้แก่:
การใช้สเตียรอยด์สูงเป็นเวลานาน (เช่น รักษาโรคภูมิแพ้-ภูมิคุ้มกันบางชนิด)
ดื่มแอลกอฮอล์เรื้อรัง
อุบัติเหตุคอกระดูกสะโพกหัก ทำให้เส้นเลือดเสียหาย
โรคเลือดบางชนิด เช่น SLE, sickle cell disease
ภาวะไขมันในเลือดสูงจัด ทำให้หลอดเลือดอุดตันง่าย
สาเหตุไม่ทราบแน่ชัด (Idiopathic) พบได้มากกว่าครึ่งของผู้ป่วย
แม้ไม่มีปัจจัยเสี่ยง ก็ยังสามารถเป็นโรคนี้ได้
อาการเป็นอย่างไร
ช่วงแรกมักเงียบ และหลายคนคิดว่าเป็น "ปวดกล้ามเนื้อ" หรือ "ปวดสะโพกจากการใช้งาน" แต่ AVN มีจุดเด่นที่ต่างจากอาการทั่วไปคือ:
ปวดลึกบริเวณ ขาหนีบ–สะโพก
ปวดเวลายืน เดิน ขึ้นลงบันได
ปวดมากขึ้นเมื่อรับน้ำหนัก
บางรายปวดร้าวไปก้น หรือต้นขา
ขยับสะโพกแล้วเจ็บ โดยเฉพาะตอนหมุนสะโพกเข้าใน
เดินกระเผลกเมื่ออาการมากขึ้น
หากปล่อยไว้ กระดูกจะเริ่มยุบ ทำให้ปวดแม้ขณะพัก นั่ง หรือนอน
การวินิจฉัย
MRI เป็นการตรวจที่แม่นยำที่สุด สามารถพบโรคในระยะแรกแม้เอกซเรย์ยังปกติ ดังนั้น หากสงสัย AVN ควรตรวจ MRI ทันทีเพื่อเริ่มรักษาตั้งแต่ยังไม่เกิดความเสียหายถาวร
ระยะของโรค (สำคัญมากต่อการตัดสินใจรักษา)
ระยะต้น (Stage I–II): กระดูกยังไม่ยุบ MRI พบการขาดเลือด → รักษาแบบอนุรักษ์หรือผ่าตัดเจาะกระดูกได้ผลดี
ระยะกลาง (Stage III): เริ่มมีรอยยุบบางส่วน → อาจรักษาด้วยผ่าตัดแผลเล็กหรือเสริมกระดูกได้
ระยะท้าย (Stage IV): กระดูกยุบชัด ข้อสะโพกเสื่อม → มักต้องผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม
ยิ่งเจอเร็ว โอกาสรักษาโดยไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ยิ่งสูง
แนวทางการรักษา AVN ของสะโพกในปัจจุบัน
1) รักษาแบบไม่ผ่าตัด (ระยะต้น)
ใช้ได้ผลดีที่สุดในผู้ป่วยที่ยังไม่มีการยุบของกระดูก
ลดการลงน้ำหนักชั่วคราว
ใช้ไม้เท้าช่วยพยุงเพื่อลดแรงกด
ยาเพิ่มการไหลเวียนเลือดบางชนิดตามดุลพินิจแพทย์
งดแอลกอฮอล์และควบคุมปัจจัยเสี่ยง
กายภาพบำบัดเพื่อเสริมสะโพก–แกนกลาง
2) การเจาะกระดูกระบายแรงดัน (Core Decompression)
เป็นวิธีที่ได้ผลดีมากในระยะเริ่มแรก
เจาะรูเล็ก ๆ เข้าไปในกระดูกหัวสะโพกเพื่อลดแรงดัน
เปิดทางให้เลือดใหม่ไหลเข้าไปได้มากขึ้น
กระตุ้นการสร้างกระดูกใหม่
ชะลอการยุบของกระดูก
บางเคสเสริมด้วย สเต็มเซลล์ (BMAC) หรือ กระดูกปลูก (bone graft) เพื่อเพิ่มการฟื้นตัว
ผลลัพธ์: ระยะต้นมีโอกาสดีขึ้น 60–80% และเลี่ยงการเปลี่ยนข้อสะโพกเทียมได้หลายปี
3) การผ่าตัดเสริมกระดูกหรือตัดแต่งแนวกระดูก (Osteotomy)
เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มยุบแต่ยังไม่รุนแรง ใช้ปรับแนวการรับน้ำหนักของข้อสะโพกที่เสียหาย
4) การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม (Total Hip Replacement)
ใช้ในระยะท้ายที่กระดูกยุบมากและข้อสะโพกเสื่อมแล้ว ให้ผลดีมาก ปวดลดลงและเดินได้ดีหลังผ่า
การพยากรณ์โรค
ระยะต้น → ผลลัพธ์ดีมาก ชะลอการยุบได้หลายปี
ระยะกลาง → ควบคุมอาการได้ แต่เสี่ยงความเสื่อมในอนาคต
ระยะท้าย → มักต้องผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพก แต่ผลหลังผ่าดีมาก
ปัจจัยที่ทำให้โรคลุกลามเร็ว:
ดื่มแอลกอฮอล์เรื้อรัง
ใช้สเตียรอยด์ต่อเนื่อง
บริเวณ AVN กว้างมาก
น้ำหนักเกินหรือใช้งานข้อหนัก
สรุป
AVN of the hip เป็นโรคที่ต้องวินิจฉัยให้เร็วที่สุด เพราะระยะแรกยังรักษาได้ดีมากโดยไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ การเจาะกระดูก (Core Decompression) เป็นหนึ่งในวิธีที่มีหลักฐานชัดเจนว่าช่วยชะลอการยุบและลดอาการปวดได้ดี
ถ้ามีอาการปวดสะโพกเรื้อรัง เดินแล้วเจ็บลึกบริเวณขาหนีบ หรือสงสัย AVN ควรตรวจ MRI เพื่อยืนยัน และรักษาอย่างเหมาะสมตั้งแต่ต้นครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์
สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)
ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
📱 Line ID: @doctorkeng โทร
Comments
Post a Comment